สร้างบ้านใหม่ ควรคิดเรื่องบิวท์อินตั้งแต่ตอนไหน

ภาพออกแบบ 3D ห้องนั่งเล่นสไตล์ Modern Classic ผนังบัวและตู้โชว์บิวท์อิน

หลายบ้านเริ่มคิดเรื่องบิวท์อินตอนที่บ้านเสร็จแล้ว ทาสีเรียบร้อย ปูพื้นเสร็จ แล้วค่อยเรียกช่างมาวัด ผลที่ตามมาคือปลั๊กไปอยู่กลางตู้ ผนังที่อยากแขวนตู้รับน้ำหนักไม่ไหว หรือแอร์ติดอยู่ตรงที่ตู้ควรชนฝ้าพอดี ทั้งหมดนี้แก้ได้ แต่ต้องรื้อ ต้องเจาะ และเสียเงินเพิ่ม

ถ้ากำลังจะสร้างบ้าน หรืออยู่ระหว่างก่อสร้าง บทความนี้จะไล่ให้ดูว่าเรื่องบิวท์อินควรเข้ามาอยู่ในแผนตอนไหน และแต่ละช่วงต้องตัดสินใจอะไรบ้าง

ช่วงที่ 1: ตอนเขียนแบบบ้าน

นี่คือช่วงที่ถูกที่สุดในการเปลี่ยนใจ เพราะทุกอย่างยังอยู่บนกระดาษ ยังไม่ต้องเริ่มทำเรื่องขนาดตู้ละเอียด แค่ตอบให้ได้ว่า

  • ห้องไหนจะมีบิวท์อินบ้าง เช่น ตู้เสื้อผ้าในห้องนอน ผนัง TV ในห้องนั่งเล่น ครัว ตู้รองเท้าหน้าบ้าน
  • ตู้จะชิดผนังด้านไหน ผนังนั้นควรเป็นผนังทึบยาวต่อเนื่อง ไม่มีหน้าต่างหรือประตูมาคั่น
  • ประตูและหน้าต่างเปิดทางไหน บานประตูที่เปิดชนหน้าตู้ ทำให้ตู้ใช้ได้แค่ครึ่งเดียว
  • ตำแหน่งแอร์และท่อน้ำทิ้ง แอร์ที่อยู่เหนือตู้เสื้อผ้าทำให้ตู้ชนฝ้าไม่ได้ และท่อน้ำทิ้งที่วิ่งผ่านหลังตู้ซ่อมยาก

ถ้ามีมัณฑนากรหรือโรงงานบิวท์อินอยู่ในทีมตั้งแต่ช่วงนี้ เขาจะช่วยชี้จุดที่ขัดกันได้ก่อนเทปูนสักถุง

ช่วงที่ 2: ก่อนก่อผนังและก่อนฉาบ

ช่วงนี้ให้คิดเรื่องน้ำหนัก ตู้แขวนในครัว ชั้นลอยบนผนัง TV และตู้สูงชนฝ้า ต้องยึดกับผนังที่แข็งแรงพอ

  • ผนังก่ออิฐ ยึดตู้แขวนได้ดี เลือกพุกให้ตรงกับชนิดอิฐ
  • ผนังเบาหรือผนังยิปซัม ต้องเสริมโครงหรือไม้รองไว้ด้านในก่อนปิดแผ่น ตรงตำแหน่งที่จะแขวนตู้ ถ้าลืมช่วงนี้ ทีหลังต้องเปิดผนังใหม่

อีกเรื่องที่ทำได้ฟรีแต่ช่วยได้มาก คือถ่ายรูปผนังทุกด้านก่อนฉาบ ให้เห็นแนวท่อร้อยสายไฟและท่อน้ำ วันที่ช่างมาเจาะยึดตู้ จะได้รู้ว่าตรงไหนห้ามเจาะ

ช่วงที่ 3: ก่อนเดินไฟและติดฝ้า

ตำแหน่งปลั๊ก สวิตช์ และจุดไฟ LED ของตู้ ต้องล็อกให้ได้ก่อนช่างไฟเข้า เพราะหลังจากนี้การย้ายปลั๊กหนึ่งจุดหมายถึงการกรีดผนังและฉาบใหม่

อย่างน้อยควรรู้ว่าผนัง TV จะวางทีวีสูงแค่ไหน ครัวจะมีเตาไฟฟ้าหรือไม่ และตู้เสื้อผ้าจะมีไฟในตู้หรือเปล่า เรื่องนี้เราเขียนรายละเอียดแยกไว้ใน บทความเรื่องเดินไฟและปลั๊ก

เรื่องฝ้าก็สำคัญ ถ้าอยากได้ตู้สูงชนฝ้า ให้บอกผู้รับเหมาว่าแนวฝ้าเหนือตู้ต้องเรียบและได้ระดับ ไม่มีระดับฝ้าหลบหรือไฟดาวน์ไลต์มาตกตรงแนวหน้าตู้

ช่วงที่ 4: หลังฉาบ ทาสีรองพื้น และปูพื้นเสร็จ

นี่คือเวลาที่ควรวัดหน้างานจริง ไม่ควรวัดเร็วกว่านี้ เพราะผนังที่ฉาบแล้วหนาขึ้น และพื้นที่ปูเสร็จทำให้ความสูงห้องเปลี่ยน ตัวเลขจากแบบก่อสร้างจึงใช้ผลิตตู้ตรง ๆ ไม่ได้

หลังวัดแล้ว โรงงานจะเขียนแบบตู้ให้ดูก่อนผลิต ช่วงนี้แก้แบบได้เต็มที่ เปลี่ยนจำนวนลิ้นชัก ย้ายราวแขวน เลือกสีบาน ทุกอย่างยังเป็นแค่ไฟล์

ช่วงที่ 5: ติดตั้ง แล้วค่อยเก็บงานรอบสุดท้าย

ตู้ควรเข้าติดตั้งก่อนงานเก็บสีรอบสุดท้ายและก่อนทำความสะอาดใหญ่ เพราะการติดตั้งมีฝุ่นและอาจมีรอยเล็ก ๆ ที่ผนังตรงจุดยึด จะได้เก็บทีเดียวพร้อมกัน

สรุปสั้น ๆ

  • ตอนเขียนแบบบ้าน: ตัดสินใจว่าห้องไหนมีตู้ ชิดผนังด้านไหน
  • ก่อนก่อผนังเบา: เสริมโครงตรงจุดแขวนตู้
  • ก่อนฉาบ: ถ่ายรูปแนวท่อเก็บไว้
  • ก่อนเดินไฟ: ล็อกตำแหน่งปลั๊กและไฟตู้
  • หลังฉาบและปูพื้น: วัดหน้างานจริง ดูแบบ แล้วค่อยผลิต

ถ้ากำลังสร้างบ้านอยู่ในเชียงรายหรือใกล้เคียง ส่งแปลนบ้านมาคุยกับเราได้ตั้งแต่ตอนนี้ KANTA SPACE ประเมินราคาเบื้องต้นให้ฟรี และไม่คิดค่าออกแบบเมื่อผลิตกับเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไปหน้าบทความทั้งหมด