สรุปสั้น: ปาร์ติเคิลบอร์ดเบาและประหยัด เหมาะกับตู้ในห้องแห้ง MDF เนื้อละเอียดเรียบ เหมาะกับหน้าบานพ่นสีและงานเซาะลาย HMR ผสมสารต้านความชื้น เหมาะกับครัวและห้องที่ชื้น ส่วนพลายวูดแข็งแรงและยึดสกรูได้ดีที่สุด เหมาะกับจุดที่รับน้ำหนักมาก ถ้าใบเสนอราคาเขียน HMR V313 หมายถึงแผ่นที่ผ่านการทดสอบความทนชื้นแบบวนรอบ ทั้งสี่แบบทนความชื้นได้ไม่เท่ากัน และไม่มีแบบไหนทนน้ำขังได้
หลายคนเปิดใบเสนอราคาบิวท์อินแล้วเจอคำว่า ปาร์ติเคิลบอร์ด MDF HMR หรือพลายวูด เขียนไว้ข้างรายการตู้ บางเจ้าเขียนย่อเป็น PB หรือ PW โดยไม่มีคำอธิบาย ใบเสนอราคาสองเจ้าที่ราคาต่างกัน ส่วนหนึ่งมักมาจากชนิดแผ่นที่ใช้ ถ้าไม่รู้ว่าแต่ละแบบคืออะไร ก็เทียบราคากันไม่ได้ และอาจได้แผ่นที่ไม่เหมาะกับห้องนั้น ด้านล่างนี้อธิบายไม้ทำบิวท์อินทั้งสี่แบบ พร้อมวิธีเลือกให้ตรงกับแต่ละห้อง
ปาร์ติเคิลบอร์ด MDF HMR และพลายวูด ต่างกันอย่างไร
สี่แบบนี้ต่างกันที่วิธีทำเนื้อแผ่น ซึ่งส่งผลต่อน้ำหนัก การยึดสกรู ความเรียบของผิว และการรับความชื้น
- ปาร์ติเคิลบอร์ด (Particle Board) ทำจากชิ้นไม้เล็ก ๆ ผสมกาวแล้วอัดเป็นแผ่น หน้าตัดหยาบ มองเห็นเป็นเกล็ดไม้ น้ำหนักเบาและราคาประหยัดที่สุดในกลุ่มนี้ ทำโครงตู้ในห้องแห้งได้ดี ข้อจำกัดคือรูสกรูหลวมง่ายถ้าขันออกเข้าซ้ำ และถ้าน้ำเข้าทางขอบจะบวมเร็ว
- MDF (Medium Density Fiberboard) ทำจากเส้นใยไม้ละเอียดอัดด้วยความร้อน เนื้อแน่นและเรียบเสมอกันทั้งแผ่น ตัด เซาะร่อง หรือทำลายหน้าบานได้คม รับงานพ่นสีได้เนียน แลกกับน้ำหนักที่มากกว่าปาร์ติเคิลบอร์ด MDF แบบธรรมดาไม่ถูกกับน้ำเช่นกัน ขอบที่โดนน้ำจะพองและไม่ยุบกลับ
- HMR (High Moisture Resistant) คือแผ่นที่ผสมสารช่วยต้านความชื้นระหว่างผลิต มักเห็นเนื้อเป็นสีเขียว เนื้อแน่นกว่าปาร์ติเคิลบอร์ด ทนไอชื้นและอากาศชื้นได้ดีกว่ามาก จึงนิยมใช้ในครัวและห้องที่ชื้น มีทั้งแบบเนื้อเส้นใยแบบ MDF และแบบเนื้อชิ้นไม้แบบปาร์ติเคิลบอร์ด คำว่าทนความชื้นหมายถึงทนไอชื้น ถ้าแช่น้ำหรือมีน้ำขังนาน ๆ ก็บวมได้
- พลายวูดหรือไม้อัด (Plywood) ทำจากแผ่นไม้บางหลายชั้นวางสลับแนวเสี้ยนแล้วอัดกาว แข็งแรงและยึดสกรูได้ดีที่สุดในกลุ่มนี้ เมื่อเทียบกับความแข็งแรงแล้วมักเบากว่าแผ่นอื่น ทนความชื้นได้ดีกว่าปาร์ติเคิลบอร์ด แต่คุณภาพต่างกันมากตามเกรดไม้และชนิดกาว ไม้อัดเกรดต่ำอาจมีช่องว่างในเนื้อหรือชั้นไม้แยกเมื่อเจอความชื้นนาน ราคามักสูงที่สุดในกลุ่ม
| ชนิดแผ่น | น้ำหนัก | การยึดสกรู | การรับความชื้น | ผิวที่เหมาะ | จุดที่เหมาะ |
|---|---|---|---|---|---|
| ปาร์ติเคิลบอร์ด | เบา | พอใช้ รูหลวมง่ายถ้าขันซ้ำ | ต่ำ บวมเร็วเมื่อน้ำเข้าขอบ | เมลามีน ลามิเนต | ตู้เสื้อผ้า หัวเตียง ผนัง TV ในห้องแห้ง |
| MDF | หนัก | ดีที่หน้าแผ่น อ่อนที่ขอบแผ่น | ต่ำ (แบบธรรมดา) | พ่นสี เซาะลาย เมลามีน | หน้าบานพ่นสี บานเซาะร่อง แผงตกแต่ง |
| HMR | หนัก | ดีกว่าปาร์ติเคิลบอร์ด | ดี ทนไอชื้น แต่ไม่ทนน้ำขัง | เมลามีน ลามิเนต พ่นสีได้ถ้าเป็นเนื้อเส้นใย | ครัว ห้องที่ชื้น ตู้ติดผนังรับฝน |
| พลายวูด | เบาเมื่อเทียบกับความแข็งแรง | ดีที่สุด | ดีกว่าปาร์ติเคิลบอร์ด ขึ้นกับเกรดกาว | ลามิเนต วีเนียร์ ทำสีได้แต่เห็นลายเสี้ยน | ชั้นรับน้ำหนักมาก โครงที่ต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ |
ตารางนี้เป็นการเทียบแบบกว้าง ๆ แผ่นต่างผู้ผลิตและต่างเกรดให้ผลต่างกันได้ ความหนาของแผ่นและการออกแบบโครงตู้ก็มีผลต่อความแข็งแรงไม่น้อยกว่าชนิดแผ่น
ผิวเมลามีน ลามิเนต และสีพ่น เข้ากับแผ่นแบบไหน
เมลามีนเหมาะกับปาร์ติเคิลบอร์ด MDF และ HMR ที่ผลิตมาพร้อมผิวจากโรงงาน ลามิเนตติดได้กับทุกแผ่น ส่วนสีพ่นเหมาะกับ MDF หรือ HMR เนื้อเส้นใยมากที่สุด เพราะผิวเรียบและไม่มีลายเสี้ยน
- เมลามีน เป็นผิวที่อัดติดกับแผ่นมาตั้งแต่ผลิต สีและลายให้เลือกเยอะ ทำความสะอาดง่าย จึงเป็นผิวที่ใช้กับโครงตู้มากที่สุด
- ลามิเนต (HPL) เป็นแผ่นผิวที่หนากว่า นำมาติดกาวบนแผ่นอีกที ติดได้ทั้งบนแผ่นอัดและพลายวูด เหมาะกับหน้าบานที่ใช้งานหนัก
- สีพ่น ต้องการพื้นผิวเรียบสนิท MDF ให้ผลเนียนที่สุด ปาร์ติเคิลบอร์ดผิวหยาบเกินไปสำหรับงานพ่นสีโดยตรง ส่วนพลายวูดจะเห็นลายเสี้ยนไม้ขึ้นมาถ้าไม่โป๊วรองพื้นก่อน
ผิวหน้าช่วยกันน้ำได้เฉพาะด้านหน้าแผ่น ความชื้นมักเข้าทางขอบ ทุกแผ่นจึงต้องปิดขอบให้ครบ รายละเอียดเรื่องผิวและขอบในอากาศชื้นแบบภาคเหนืออ่านต่อได้ในบทความเลือกวัสดุบิวท์อินให้ทนอากาศชื้น
ห้องไหนควรใช้แผ่นแบบไหน
หลักง่าย ๆ คือ ห้องแห้งใช้ปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ HMR ได้ ห้องที่มีไอน้ำใช้ HMR ขึ้นไป จุดที่โดนน้ำบ่อยใช้แผ่นกันน้ำ จุดที่รับน้ำหนักมากใช้พลายวูด และหน้าบานที่อยากพ่นสีหรือเซาะลายใช้ MDF
- ห้องนอนและตู้เสื้อผ้า ปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ HMR ผิวเมลามีนใช้ได้ดี ถ้าตู้ติดผนังที่รับฝนจากด้านนอกหรือห้องอับชื้น ให้เลือก HMR ถ้ากำลังเลือกแบบบานตู้อยู่ด้วย ดูตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนกับบานเปิด
- ครัว ตู้ล่างและตู้แขวนใช้ HMR ขึ้นไป ปิดขอบทุกด้าน ลิ้นชักที่ใส่หม้อและจานต้องยึดรางเข้าแผ่นที่จับสกรูได้แน่น ตู้ใต้ซิงค์ควรใช้แผ่นกันน้ำ (PVC หรือ WPC) หรือ HMR ที่ยกตู้พ้นพื้นและซีลรอยต่อรอบซิงค์
- ห้องน้ำ ตู้ใต้อ่างที่โดนน้ำบ่อยควรใช้แผ่นกันน้ำ HMR ใช้ได้เฉพาะจุดที่ไม่โดนน้ำตรงและอากาศถ่ายเท ปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF แบบธรรมดาไม่ควรใช้ในห้องน้ำ
- ผนัง TV ปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ HMR ผิวเมลามีนใช้ได้ ถ้ามีแผงเซาะร่องหรือพ่นสีให้ใช้ MDF ส่วนขาแขวนทีวีควรยึดเข้าผนังหรือโครงที่เตรียมไว้ ไม่ควรแขวนบนแผ่นตกแต่งอย่างเดียว ดูเพิ่มที่ผนัง TV บิวท์อิน
- ชั้นหนังสือและชั้นรับน้ำหนักมาก พลายวูดแอ่นยากที่สุด ถ้าใช้แผ่นอัดแบบอื่น ให้เพิ่มความหนาหรือแบ่งช่วงชั้นให้สั้นลง

ตู้ใบเดียวใช้แผ่นหลายแบบผสมกันได้ เช่น โครงตู้เป็นแผ่นหนึ่ง หน้าบานเป็นอีกแผ่น ใช้แผ่นที่ดีกว่าเฉพาะจุดที่จำเป็นช่วยคุมงบได้โดยไม่เสียความทนทาน เรื่องที่ทำให้ราคาต่างกันอ่านเพิ่มได้ในราคาบิวท์อินคิดจากอะไร
HMR V313 และ HMR V70 ในใบเสนอราคา หมายถึงอะไร
V313 เป็นชื่อการทดสอบความทนชื้น ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อ แผ่นที่ระบุว่า V313 ผ่านการทดสอบแบบวนรอบ คือแช่น้ำ แช่แข็ง แล้วอบให้แห้งด้วยความร้อน ทำซ้ำสามรอบ จากนั้นวัดว่าแผ่นพองหนาขึ้นแค่ไหน แผ่นที่ผ่านการทดสอบนี้จึงบอกได้ชัดกว่าคำว่า “กันชื้น” เฉย ๆ
- HMR V313 มีทั้งแบบเนื้อชิ้นไม้และแบบเนื้อเส้นใย ถ้าจะพ่นสีหน้าบาน ให้ถามว่าเป็นเนื้อแบบไหน
- HMR V70 เป็นรหัสเกรดอีกแบบที่พบในตลาด เกณฑ์ของรหัสนี้ให้ยืนยันจากเอกสารข้อมูลเทคนิค (TDS) ของผู้ผลิตแผ่นรุ่นนั้น
- ทั้งสองแบบยังเป็น HMR ทนไอชื้นได้ดีกว่าแผ่นธรรมดา แต่ก็ยังไม่ทนน้ำขัง ต้องปิดขอบให้ครบเหมือนกัน
ที่ KANTA SPACE แผ่นที่เลือกได้มี MDF, HMR V70 และ HMR V313 ผิว Melamine หรือ Laminate เราช่วยเลือกให้ตามงบและจุดใช้งานของแต่ละตู้ เช่น ครัวกับห้องนอนอาจใช้แผ่นคนละเกรด
ดูอย่างไรว่าใบเสนอราคาใช้แผ่นอะไร
ให้ดูว่าใบเสนอราคาระบุชนิดแผ่น ความหนา ผิว และขอบ แยกตามส่วนของตู้หรือไม่ ถ้าเขียนรวม ๆ ว่า “ไม้อย่างดี” หรือไม่ระบุเลย ให้ถามให้ชัดก่อนตกลง
- ชนิดแผ่นแยกตามส่วน โครงตู้ หน้าบาน ชั้น แผ่นหลัง และลิ้นชัก อาจใช้แผ่นต่างกัน ควรเห็นครบทุกส่วน
- ความหนาเป็นมิลลิเมตร แผ่นหลังมักบางกว่าโครงตู้ ให้ถามด้วยว่าชั้นที่ยาวที่สุดใช้แผ่นหนาเท่าไหร่
- HMR เป็นเนื้อและเกรดแบบไหน ถามว่าเป็นเนื้อเส้นใยหรือเนื้อชิ้นไม้ โดยเฉพาะถ้าจะพ่นสีหน้าบาน และเป็นเกรดอะไร เช่น V313
- ผิวทั้งด้านนอกและด้านใน เมลามีน ลามิเนต หรือพ่นสี และด้านในตู้ใช้ผิวอะไร
- ขอบ ปิดขอบด้วยวัสดุอะไร และปิดครบทุกด้านหรือเฉพาะด้านที่มองเห็น
- ตัวอย่างแผ่นจริง ขอดูตัวอย่างหน้าตัด เนื้อสีเขียวเป็นจุดสังเกตของแผ่นทนความชื้น แต่ควรยืนยันจากรายการในใบเสนอราคาด้วย
- มาตรฐานการปล่อยสาร แผ่นอัดทุกแบบใช้กาวในการผลิต ให้ถามผู้ผลิตเรื่องมาตรฐานการปล่อยสารของแผ่นที่ใช้ โดยเฉพาะห้องนอนเด็กและห้องที่ปิดแอร์นาน
ใบเสนอราคาสองเจ้าจะเทียบกันได้ตรง ๆ เมื่อรายการเหล่านี้ตรงกัน วิธีเลือกผู้ผลิตดูเพิ่มได้ที่เลือกบริษัทบิวท์อินในเชียงราย และวันส่งมอบให้ตรวจว่าแผ่นที่ติดจริงตรงกับที่ระบุ ตามเช็กลิสต์ตรวจรับงานบิวท์อิน
ปัญหาที่เจอบ่อย และวิธีแก้
ปัญหาจากแผ่นที่เจอบ่อยคือขอบบวม ชั้นแอ่น และบานพับหลวม ส่วนใหญ่เกิดจากเลือกแผ่นไม่ตรงจุดใช้งาน หรือออกแบบไม่เผื่อน้ำหนัก
- ขอบบานหรือขอบตู้บวม เกิดจากน้ำหรือไอชื้นเข้าทางขอบที่ปิดไม่ครบหรือขอบที่ร่อน มักเจอที่ตู้ใต้ซิงค์และขอบล่างของบาน แผ่นที่บวมแล้วไม่ยุบกลับ ทางแก้คือเปลี่ยนแผ่นหรือหน้าบานนั้นเป็นแผ่นที่ทนความชื้นกว่า ปิดขอบทุกด้าน และเช็ดน้ำทันทีเมื่อหก ถ้าเห็นขอบเริ่มร่อนแต่ยังไม่บวม ให้ช่างติดขอบกลับก่อนน้ำเข้า
- ชั้นแอ่นตรงกลาง เกิดจากชั้นยาวเกินไปเมื่อเทียบกับความหนาแผ่นและน้ำหนักของ เช่น หนังสือ ปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF แอ่นง่ายกว่าพลายวูดเมื่อรับน้ำหนักนาน ทางแก้คือเพิ่มเสาแบ่งกลาง ใช้แผ่นหนาขึ้น หรือเสริมคิ้วใต้ขอบหน้าชั้น โดยทั่วไปชั้นที่ยาวเกินราว 80 เซนติเมตรและวางของหนักควรคุยเรื่องนี้กับผู้ออกแบบ ตัวเลขจริงขึ้นกับความหนาแผ่นและของที่วาง
- บานพับหลวม บานตก เกิดจากสกรูจับเนื้อแผ่นไม่แน่น โดยเฉพาะปาร์ติเคิลบอร์ดที่ขันสกรูออกเข้าหลายครั้ง หรือบานใหญ่และหนักเกินจำนวนบานพับ ทางแก้เบื้องต้นคือปรับสกรูตั้งบานพับ ถ้ารูหลวมแล้ว ให้ช่างอุดรูด้วยเดือยไม้กับกาวแล้วเจาะใหม่ หรือขยับตำแหน่งบานพับเล็กน้อย บานที่สูงหรือหนักควรเพิ่มจำนวนบานพับ
- ขอบแผ่นแตกตอนขันสกรู มักเกิดกับ MDF และ HMR เมื่อขันสกรูเข้าขอบแผ่นโดยตรงโดยไม่เจาะนำ ทางแก้คือเจาะนำก่อนขัน หรือใช้อุปกรณ์ยึดสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์แทนสกรูธรรมดา
ถ้าอาการเหล่านี้เกิดในช่วงรับประกัน ให้แจ้งผู้ผลิตก่อนแก้เอง งานของ KANTA SPACE มีรับประกันหนึ่งปี และทีมที่ผลิตคือทีมเดียวกับที่ติดตั้ง
คำถามที่พบบ่อย
HMR กับ MDF ต่างกันอย่างไร
HMR คือแผ่นที่ผสมสารต้านความชื้น ส่วน MDF แบบธรรมดาไม่มี เมื่อเจอไอชื้น HMR จึงบวมช้ากว่ามาก ครัวและห้องที่ชื้นควรเลือก HMR ส่วน MDF ธรรมดาเหมาะกับหน้าบานพ่นสีในห้องแห้ง
ปาร์ติเคิลบอร์ดใช้ทำตู้เสื้อผ้าได้ไหม
ใช้ได้ถ้าเป็นห้องนอนที่แห้ง ผิวเมลามีน และปิดขอบครบทุกด้าน ถ้าตู้ติดผนังที่รับฝนหรือห้องอับชื้น ควรเปลี่ยนเป็น HMR
พลายวูดดีกว่า HMR เสมอไหม
ไม่เสมอไป พลายวูดแข็งแรงและยึดสกรูได้ดีกว่า แต่ HMR เนื้อเรียบสม่ำเสมอกว่าสำหรับผิวเมลามีนและพ่นสี และความทนชื้นของพลายวูดขึ้นกับเกรดกาว ควรเลือกตามจุดใช้งานของแต่ละตู้
HMR V313 คืออะไร
V313 คือชื่อการทดสอบความทนชื้นของแผ่น โดยแช่น้ำ แช่แข็ง และอบแห้งสลับกันสามรอบ แล้ววัดการพองตัว แผ่น HMR ที่ระบุ V313 จึงผ่านเกณฑ์ทดสอบนี้มาแล้ว แต่ก็ยังไม่ควรใช้ในจุดที่มีน้ำขัง
ตู้ใต้ซิงค์ควรใช้แผ่นอะไร
จุดที่โดนน้ำบ่อยอย่างใต้ซิงค์ควรใช้แผ่นกันน้ำแบบ PVC หรือ WPC ถ้าใช้ HMR ต้องยกตู้ให้พ้นพื้น ปิดขอบทุกด้าน และซีลรอยต่อรอบซิงค์
แผ่นไม้บิวท์อินปล่อยสารอันตรายไหม
แผ่นอัดทุกแบบใช้กาวในการผลิต ระดับการปล่อยสารขึ้นกับมาตรฐานของแผ่นที่ใช้ ให้ถามผู้ผลิตเรื่องมาตรฐานการปล่อยสาร และเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทช่วงแรกหลังติดตั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เลือกวัสดุบิวท์อินให้ทนอากาศชื้นแบบภาคเหนือ
- ราคาบิวท์อินคิดจากอะไร เข้าใจก่อนขอใบเสนอราคา
- จ้างโรงงานบิวท์อิน กับจ้างผู้รับเหมา ต่างกันอย่างไร เลือกใครดี
- ครัวบิวท์อิน ระยะมาตรฐานและการวางผัง
ถ้ามีใบเสนอราคาอยู่แล้ว ถ่ายรูปหน้าที่ระบุวัสดุส่งมาที่ LINE @kantaspace ทีมของ KANTA SPACE ช่วยอธิบายได้ว่าแต่ละรายการคือแผ่นอะไร และเหมาะกับห้องนั้นหรือไม่