เคาน์เตอร์บาร์และมุมกาแฟในบ้าน สูงเท่าไหร่ ออกแบบให้ใช้ได้จริง

ครัวบิวท์อินสีดำขาว มีเคาน์เตอร์บาร์ไอส์แลนด์ เก้าอี้บาร์สีเทา ไฟรางห้อย และตู้โชว์บานกระจก

สรุปสั้น: เคาน์เตอร์บาร์ในบ้านมีสองระดับที่ใช้กันทั่วไป คือระดับเคาน์เตอร์ครัวราว 85 ถึง 92 ซม. คู่กับเก้าอี้ที่นั่งสูงราว 60 ถึง 66 ซม. และระดับบาร์ราว 100 ถึง 110 ซม. คู่กับเก้าอี้ที่นั่งสูงราว 74 ถึง 80 ซม. ท็อปควรยื่นราว 25 ถึง 30 ซม. ให้เข่า ส่วนมุมกาแฟต้องวางปลั๊ก น้ำ และที่ระบายไอน้ำก่อนทำตู้

หลายบ้านอยากได้เคาน์เตอร์ไว้กินข้าวเช้า นั่งคุยกับคนที่ทำครัว หรือมีมุมชงกาแฟของตัวเอง แต่พอทำเสร็จกลับเจอว่านั่งแล้วเข่าชนตู้ เก้าอี้สูงไม่เข้ากับท็อป หรือเครื่องชงกาแฟไม่มีที่เสียบปลั๊ก การออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ในบ้านให้ใช้ได้สบายต้องคิดความสูง ระยะยื่น และงานระบบไปพร้อมกัน ตัวเลขด้านล่างเป็นระยะที่ใช้กันทั่วไป ตัวเลขสุดท้ายควรวัดจากคนในบ้านและห้องของคุณ

เคาน์เตอร์บาร์ในบ้านควรสูงเท่าไหร่ และเก้าอี้ต้องสูงเท่าไหร่

ความสูงที่ใช้กันทั่วไปมีสองแบบ คือระดับเคาน์เตอร์ครัวราว 85 ถึง 92 ซม. และระดับบาร์ราว 100 ถึง 110 ซม. เก้าอี้ต้องเลือกตามระดับท็อป โดยเว้นระยะจากเบาะถึงใต้ท็อปราว 25 ถึง 30 ซม. ให้ต้นขาขยับได้

แบบเคาน์เตอร์ ความสูงท็อปโดยทั่วไป ความสูงเบาะเก้าอี้โดยทั่วไป เหมาะกับ
ระดับโต๊ะอาหาร ราว 73 ถึง 76 ซม. ราว 43 ถึง 48 ซม. บ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ อยากนั่งนานแบบโต๊ะกินข้าว
ระดับเคาน์เตอร์ครัว ราว 85 ถึง 92 ซม. ราว 60 ถึง 66 ซม. ไอส์แลนด์ที่ท็อปต่อระดับเดียวกับครัว ใช้เตรียมอาหารและนั่งกินได้ในตัว
ระดับบาร์ ราว 100 ถึง 110 ซม. ราว 74 ถึง 80 ซม. บาร์ที่อยากบังงานครัวฝั่งใน หรือมุมนั่งดื่มที่ยืนคุยได้สะดวก

ระดับเคาน์เตอร์ครัวเป็นแบบที่บ้านส่วนใหญ่ใช้สะดวกที่สุด เพราะท็อปเดียวใช้ได้ทั้งหั่นผักและนั่งกินข้าว เก้าอี้ก็ขึ้นลงง่ายกว่า ระดับบาร์เหมาะเมื่ออยากยกขอบขึ้นมาบังอ่างล้างจานหรือของบนท็อปครัว ซึ่งมักทำเป็นสองระดับ ฝั่งครัวสูงเท่าท็อปครัว ฝั่งที่นั่งยกสูงขึ้น ถ้าในบ้านมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ระดับบาร์อาจปีนขึ้นยาก ควรลองนั่งเก้าอี้จริงก่อนสรุปความสูง

เก้าอี้ที่มีที่วางเท้าจะช่วยให้นั่งนานได้สบายขึ้นมาก ถ้ายังไม่ได้เลือกเก้าอี้ ให้เลือกก่อนหรือพร้อมกับแบบเคาน์เตอร์ เพราะความสูงเบาะของแต่ละรุ่นต่างกันได้หลายเซนติเมตร

ท็อปต้องยื่นออกมาเท่าไหร่ และต้องเว้นที่นั่งกับทางเดินเท่าไหร่

ท็อปฝั่งที่นั่งควรยื่นเลยตัวตู้ออกมาราว 25 ถึง 30 ซม. สำหรับระดับเคาน์เตอร์ครัว และราว 20 ถึง 25 ซม. สำหรับระดับบาร์ เผื่อความกว้างที่นั่งละราว 60 ซม. และเว้นพื้นที่หลังเก้าอี้ราว 90 ซม. ขึ้นไป

  • ระยะยื่นสำหรับเข่า ถ้ายื่นน้อยเกินไป คนนั่งต้องนั่งเอียงหรือนั่งห่างท็อป ถ้ายื่นมากเกินราว 30 ซม. ควรถามเรื่องขาหรือเหล็กรับใต้ท็อป โดยเฉพาะท็อปหินที่มีน้ำหนักมาก
  • ความกว้างต่อที่นั่ง ราว 60 ซม. ต่อคนเป็นระยะที่ใช้กันทั่วไป ถ้าเก้าอี้มีที่เท้าแขนหรือเบาะกว้าง ให้เผื่อเพิ่มเป็นราว 65 ถึง 70 ซม. เคาน์เตอร์ยาว 180 ซม. จึงมักนั่งได้ราวสามคนแบบไม่เบียด
  • ระยะหลังเก้าอี้ ถ้าข้างหลังเป็นผนังและแค่ลุกนั่ง ราว 90 ซม. พอใช้ ถ้าเป็นทางเดินที่คนเดินผ่านหลังคนนั่ง ควรเผื่อราว 110 ถึง 120 ซม.
  • ระยะระหว่างไอส์แลนด์กับท็อปครัว ฝั่งที่คนทำครัวยืนทำงาน ควรเว้นราว 100 ถึง 120 ซม. ให้เปิดลิ้นชักและเปิดเครื่องล้างจานได้ ดูระยะในครัวเพิ่มที่บทความครัวบิวท์อิน ระยะมาตรฐานและการวางผัง
เคาน์เตอร์บาร์ไอส์แลนด์สีดำ มีเก้าอี้บาร์ทรงสูงสีเทาเรียงด้านหน้า หันเข้าหาครัวบิวท์อินสีขาว
เคาน์เตอร์บาร์สีดำกับเก้าอี้ทรงสูงสีเทา หันเข้าหาครัวสีขาว

มุมกาแฟในบ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง

มุมกาแฟต้องมีปลั๊กพอและแยกจุดสำหรับเครื่องชงกับเครื่องบด มีน้ำอยู่ใกล้หรือใช้เครื่องแบบแท็งก์น้ำ ท็อปทนร้อนทนคราบ มีที่ให้ไอน้ำระบาย และมีลิ้นชักกับที่ทิ้งกากกาแฟ เช็กตามรายการนี้ก่อนให้ช่างทำตู้

  • ปลั๊กหลายจุด และแยกจุดให้เครื่องชง เครื่องชงเอสเปรสโซที่มีหม้อต้มมักกินไฟสูง ไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงร่วมกับกาต้มน้ำหรือเครื่องบด ให้ช่างไฟเดินเต้ารับแยกตามตำแหน่งในแบบตู้ และถามช่างไฟเรื่องวงจรที่เหมาะกับเครื่องของคุณ อ่านเพิ่มที่บทความเดินไฟและปลั๊กให้พร้อมก่อนทำบิวท์อิน
  • น้ำอยู่ใกล้ หรือใช้เครื่องแบบแท็งก์ ถ้ามุมกาแฟอยู่ติดอ่างล้างจาน เติมน้ำและล้างอุปกรณ์ได้สะดวก ถ้าอยู่ไกลจากน้ำ เครื่องแบบแท็งก์ใช้ได้โดยไม่ต้องเดินท่อ แต่ถ้าเลือกเครื่องที่ต่อท่อน้ำตรง ต้องวางแผนท่อน้ำ ไส้กรอง และท่อน้ำทิ้งก่อนทำตู้
  • ท็อปทนร้อนและเช็ดคราบง่าย น้ำกาแฟและนมที่หกบ่อยทิ้งคราบได้ ท็อปที่มีรูพรุนมากจะดูดคราบเร็ว
  • ที่ให้ไอน้ำระบาย ไอน้ำจากก้านสตีมและจากหัวชงเป็นศัตรูของแผ่นไม้ ถ้าวางเครื่องใต้ตู้แขวน ควรเว้นระยะเหนือเครื่องให้พอ หรือดึงเครื่องออกมาใช้งานด้านนอกตู้
  • ตู้เก็บเครื่อง หรือบานยกขึ้น ถ้าอยากให้ท็อปดูเรียบตอนไม่ใช้ ทำช่องเก็บเครื่องแบบมีบานปิด เปิดออกให้สุดตอนใช้งาน และมีปลั๊กอยู่ในช่องนั้นเลย บานยกขึ้นช่วยไม่ให้บานเปิดมาบังทางเดิน
  • ลิ้นชักสำหรับแคปซูล แก้ว และอุปกรณ์ ลิ้นชักตื้นแบ่งช่องเหมาะกับแคปซูลและช้อน ลิ้นชักลึกเก็บแก้วและถุงเมล็ดกาแฟ ถ้าใช้รางลิ้นชักปิดนุ่มจะเปิดปิดได้นุ่มมือเมื่อใส่ของหนัก ดูเพิ่มที่บทความบานพับและรางลิ้นชักปิดนุ่ม
  • ที่ทิ้งกากกาแฟเล็ก ๆ ถังเล็กใต้ท็อปหรือช่องเคาะกากกาแฟใกล้เครื่อง ช่วยไม่ให้ต้องเดินถือก้านชงไปทิ้งไกล

ก่อนออกแบบ ควรวัดขนาดเครื่องชง เครื่องบด และเครื่องที่จะซื้อเพิ่มในอนาคต โดยวัดความสูงตอนเปิดฝาเติมเมล็ดหรือเติมน้ำด้านบนด้วย เพราะเป็นจุดที่ชนตู้แขวนบ่อยที่สุด

ไฟเหนือเคาน์เตอร์บาร์ ควรติดอย่างไร

ไฟเหนือเคาน์เตอร์บาร์ควรให้แสงลงบนท็อปพอสำหรับทำอาหารและนั่งกิน โดยโคมห้อยที่ใช้กันทั่วไปมักให้ขอบล่างอยู่สูงจากท็อปราว 75 ถึง 90 ซม. เพื่อไม่บังสายตาคนที่นั่งคุยกันข้ามเคาน์เตอร์

ถ้าใช้โคมห้อยหลายดวง ให้เว้นระยะระหว่างดวงให้แสงกระจายเท่ากันตลอดความยาวท็อป และให้ดวงริมสุดอยู่ถอยเข้ามาจากปลายท็อปเล็กน้อย ถ้าใช้ไฟรางแบบปรับหัวได้ จะหันไฟลงท็อปหรือส่องตู้โชว์ก็ได้ สำหรับมุมกาแฟ ไฟใต้ตู้แขวนช่วยให้เห็นเครื่องชงและการตวงชัดขึ้น ควรเลือกแสงที่ไม่ส้มหรือฟ้าจนเกินไป เพื่อให้ดูสีกาแฟและอาหารได้ตรง ตำแหน่งจุดไฟและสวิตช์ต้องกำหนดก่อนทำฝ้าและก่อนผลิตตู้

ท็อปเคาน์เตอร์บาร์และมุมกาแฟ เลือกแบบไหนดี

ท็อปที่เหมาะคือแบบที่ทนร้อน ทนรอยขีด และเช็ดคราบกาแฟออกง่าย หินควอตซ์และแกรนิตนิยมใช้กับไอส์แลนด์และมุมกาแฟ ส่วนท็อปลามิเนตช่วยคุมงบได้ แต่ควรระวังของร้อนและน้ำที่ขังตามรอยต่อ

ความต่างของแต่ละแบบ ทั้งความทน การดูแล และงบประมาณ อธิบายไว้ในบทความท็อปครัว หินควอตซ์ แกรนิต ลามิเนต ต่างกันอย่างไร ถ้าเลือกท็อปหิน ที่ KANTA SPACE งานท็อปหินทำโดยร้านหินพาร์ทเนอร์ที่มีคุณภาพ ลูกค้าเลือกหินเอง ส่วนเราประสานเรื่องขนาด ระดับ และช่องเจาะ เช่น ช่องอ่าง ช่องเตา หรือช่องร้อยสายไฟของเครื่องชงกาแฟ ให้ตรงกับตัวตู้ที่ผลิต

ถ้าเคาน์เตอร์บาร์เป็นสองระดับ ท็อปฝั่งที่นั่งอาจใช้วัสดุต่างจากฝั่งครัวได้ เช่น ฝั่งครัวใช้หินที่ทนงานหนัก ฝั่งที่นั่งใช้ผิวที่สัมผัสแล้วอุ่นกว่า ผิวหน้าบานและแผงตู้ที่ต้องเข้ากับท็อป ดูตัวเลือกได้ที่บทความผิวหน้าบานบิวท์อิน

ใต้เคาน์เตอร์บาร์ฝั่งครัว ทำที่เก็บของอย่างไรดี

ฝั่งครัวของเคาน์เตอร์บาร์เหมาะกับลิ้นชักลึกและตู้เต็มความลึก ส่วนฝั่งที่นั่งควรเว้นว่างไว้ให้เข่า หรือทำเป็นชั้นตื้นแค่พอวางหนังสือหรือของตกแต่ง

  • ลิ้นชักฝั่งคนทำครัว เก็บจาน ชาม และหม้อ ดึงออกมาเห็นของได้หมดโดยไม่ต้องก้มคุ้ย
  • ตู้ใต้อ่างหรือใต้เตา ถ้าไอส์แลนด์มีอ่างหรือเตา ต้องเดินท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง และไฟขึ้นจากพื้น ซึ่งต้องวางตำแหน่งก่อนปูพื้น
  • ปลั๊กที่ไอส์แลนด์ มีไว้เสียบเครื่องปั่น หม้อทอด หรือชาร์จโทรศัพท์ตอนนั่ง ควรวางตำแหน่งให้ไม่โดนน้ำกระเด็น
  • แผงฝั่งที่นั่ง เป็นจุดที่โดนรองเท้าและขาเก้าอี้กระแทกบ่อย ควรใช้ผิวที่ทนรอยและเช็ดง่าย

ที่ KANTA SPACE มัณฑนากรจะเขียนแบบให้ดูเป็นภาพสามมิติ เห็นระดับท็อป ระยะยื่น และตำแหน่งลิ้นชักก่อนตัดไม้แผ่นแรก และแก้ได้จนพอใจ จากนั้นตัดแผ่นด้วยเครื่อง CNC จากไฟล์แบบ

ปัญหาที่เจอบ่อย และวิธีแก้

  • นั่งแล้วเข่าชนตู้ เกิดจากท็อปยื่นออกมาน้อยเกินไป แก้โดยกำหนดระยะยื่นราว 25 ถึง 30 ซม. ตั้งแต่ในแบบ ถ้าทำเสร็จแล้ว อาจเปลี่ยนท็อปให้ยื่นมากขึ้นพร้อมเพิ่มตัวรับใต้ท็อป
  • เก้าอี้สูงหรือเตี้ยเกินท็อป เกิดจากซื้อเก้าอี้ทีหลังโดยไม่ได้วัด แก้โดยเลือกเก้าอี้ก่อนหรือพร้อมแบบ และเช็กระยะจากเบาะถึงใต้ท็อปให้อยู่ราว 25 ถึง 30 ซม.
  • เครื่องชงกาแฟไม่มีปลั๊ก หรือต้องใช้ปลั๊กพ่วง เกิดจากเดินไฟก่อนรู้ตำแหน่งมุมกาแฟ แก้โดยกำหนดตำแหน่งเครื่องในแบบตู้ แล้วส่งแบบให้ช่างไฟก่อนเดินสาย
  • ตู้แขวนเหนือเครื่องชงบวมหรือผิวลอก เกิดจากไอน้ำจากเครื่องพ่นขึ้นใส่ใต้ตู้ทุกวัน แก้โดยเว้นระยะเหนือเครื่อง ดึงเครื่องออกมาใช้ด้านนอก หรือเลือกวัสดุที่ทนความชื้นในจุดนั้น ดูเรื่องวัสดุได้ที่บทความเลือกวัสดุบิวท์อินให้ทนอากาศชื้น
  • ทางเดินหลังเก้าอี้แคบ เกิดจากวางไอส์แลนด์ใหญ่เกินห้อง แก้โดยลดความลึกหรือความยาวเคาน์เตอร์ หรือย้ายที่นั่งไปด้านที่ไม่ใช่ทางเดินหลัก

คำถามที่พบบ่อย

เคาน์เตอร์บาร์ในบ้านสูงเท่าไหร่ดี

โดยทั่วไปใช้ระดับเคาน์เตอร์ครัวราว 85 ถึง 92 ซม. หรือระดับบาร์ราว 100 ถึง 110 ซม. ระดับเคาน์เตอร์ครัวใช้ได้ทั้งทำอาหารและนั่งกิน ตัวเลขสุดท้ายควรลองจากความสูงคนในบ้านและเก้าอี้ที่จะใช้

เก้าอี้บาร์ควรสูงเท่าไหร่

ให้เบาะเก้าอี้ต่ำกว่าใต้ท็อปราว 25 ถึง 30 ซม. ท็อประดับเคาน์เตอร์ครัวมักคู่กับเบาะราว 60 ถึง 66 ซม. ท็อประดับบาร์มักคู่กับเบาะราว 74 ถึง 80 ซม.

เคาน์เตอร์บาร์ต้องยาวเท่าไหร่ถึงนั่งได้สามคน

เผื่อที่นั่งละราว 60 ซม. เคาน์เตอร์ยาวราว 180 ซม. จึงนั่งได้ราวสามคน ถ้าเก้าอี้มีที่เท้าแขนหรือเบาะกว้าง ควรเผื่อเพิ่ม

มุมกาแฟในบ้านต้องมีปลั๊กกี่จุด

อย่างน้อยควรมีเต้ารับแยกให้เครื่องชง และอีกจุดสำหรับเครื่องบดหรือกาต้มน้ำ ถ้ามีตู้เก็บเครื่องแบบมีบาน ควรมีปลั๊กอยู่ในช่องนั้น ให้ช่างไฟดูวงจรตามเครื่องที่ใช้

วางเครื่องชงกาแฟไว้ในตู้ได้ไหม

ได้ ถ้าตอนใช้งานเปิดบานได้สุดหรือดึงเครื่องออกมาด้านนอก และมีระยะให้ไอน้ำระบาย ถ้าชงทั้งที่บานปิดบางส่วน ไอน้ำจะทำให้แผ่นไม้ด้านในเสียหายได้

ท็อปหินของเคาน์เตอร์บาร์ KANTA SPACE ทำเองไหม

ท็อปหินทำโดยร้านหินพาร์ทเนอร์ที่มีคุณภาพ ลูกค้าเลือกหินเอง KANTA SPACE ประสานเรื่องขนาด ระดับ และช่องเจาะให้ตรงกับตัวตู้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถ้ากำลังวางแผนเคาน์เตอร์บาร์หรือมุมกาแฟ ส่งรูปและขนาดห้อง จำนวนคนที่อยากให้นั่ง และรุ่นหรือขนาดเครื่องชงกาแฟที่ใช้ มาที่ LINE @kantaspace ทีมงานจะช่วยดูระยะและประเมินราคาเบื้องต้นให้ฟรี

กลับไปหน้าบทความทั้งหมด