สรุปสั้น: ตู้รองเท้าบิวท์อินแบบชั้นวางเรียบที่ใช้กันทั่วไปลึกราว 30 ถึง 35 ซม. ส่วนแบบช่องเปิดเอียงลึกน้อยกว่า ราว 18 ถึง 25 ซม. จำนวนคู่ที่เก็บได้ให้นับจากรองเท้าที่บ้านมีจริงแล้วเผื่อที่เพิ่ม ส่วนเรื่องกลิ่นแก้ได้ด้วยช่องระบายอากาศ ชั้นแบบระแนงหรือเจาะรู ช่องห่างด้านหลัง และการตากรองเท้าให้แห้งก่อนเก็บ
หน้าประตูบ้านเป็นจุดที่ของกองเร็วที่สุด รองเท้าของทุกคนในบ้าน กุญแจ ร่ม กระเป๋า และหมวกกันน็อก มักวางรวมกันอยู่บนพื้น หลายบ้านสั่งตู้ตามขนาดผนังที่มี แล้วมาพบทีหลังว่ารองเท้าผ้าใบใส่ไม่ลง บูทสูงไม่มีที่ หรือเปิดตู้แล้วมีกลิ่นอับ การวางแผนตู้รองเท้าบิวท์อินให้ดีจึงเริ่มจากความลึก ระยะชั้น และการระบายอากาศ ก่อนจะเลือกสีหรือหน้าบาน
ตู้รองเท้าบิวท์อินควรลึกเท่าไหร่
ตู้แบบชั้นวางเรียบโดยทั่วไปลึกราว 30 ถึง 35 ซม. ซึ่งพอให้รองเท้าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่วางได้โดยไม่ล้นหน้าบาน ส่วนตู้แบบช่องเปิดเอียงที่รองเท้าตั้งเฉียงอยู่ในลิ้นชักพับ ลึกน้อยกว่า ราว 18 ถึง 25 ซม. ตัวเลขสุดท้ายขึ้นกับขนาดรองเท้าในบ้านและพื้นที่ทางเดินหน้าประตู
ถ้าในบ้านมีคนใส่รองเท้าไซซ์ใหญ่มาก หรือมีรองเท้าบูทหุ้มข้อหลายคู่ ให้วัดความยาวรองเท้าคู่ที่ยาวที่สุดก่อน แล้วบวกเผื่อสำหรับความหนาหน้าบานและช่องระบายอากาศด้านหลัง ตู้ที่ลึกเกินจำเป็นก็มีข้อเสีย เพราะกินทางเดิน และรองเท้าที่วางด้านในมักถูกลืม
- ชั้นวางเรียบ เก็บได้ทุกแบบ ปรับระยะชั้นได้ง่าย เหมาะกับบ้านที่มีรองเท้าหลายประเภท แต่ต้องการความลึกมากกว่า
- ช่องเปิดเอียง ตู้บาง ประหยัดทางเดิน เหมาะกับโถงแคบหรือทาวน์เฮาส์ แต่เก็บรองเท้าบูทหรือรองเท้าส้นสูงมากได้ยาก และแต่ละช่องเก็บได้จำนวนคู่จำกัด
- ผสมสองแบบ หลายบ้านใช้ช่องเปิดเอียงสำหรับรองเท้าที่ใส่ทุกวัน แล้วทำตู้ชั้นเรียบอีกช่องสำหรับบูทและรองเท้าที่ใส่ไม่บ่อย
ระยะชั้นวางรองเท้าแต่ละแบบห่างกันเท่าไหร่
ระยะชั้นขึ้นกับความสูงของรองเท้าแต่ละประเภท รองเท้าแตะและรองเท้าหุ้มส้นเตี้ยใช้ระยะน้อย รองเท้าผ้าใบใช้มากขึ้น ส่วนรองเท้าส้นสูงและบูทใช้มากที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือทำชั้นแบบปรับระดับได้ เพราะรองเท้าในบ้านเปลี่ยนไปตามเวลา
| ประเภทรองเท้า | ระยะชั้นที่ใช้กันทั่วไป | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| รองเท้าเด็ก รองเท้าแตะ | ราว 10 ถึง 13 ซม. | ชั้นล่างสุดเหมาะกับเด็ก หยิบเองได้ |
| รองเท้าหนังหุ้มส้น คัตชู ส้นเตี้ย | ราว 12 ถึง 15 ซม. | วางซ้อนชั้นได้หลายแถว |
| รองเท้าผ้าใบ รองเท้าวิ่ง | ราว 15 ถึง 18 ซม. | รุ่นพื้นหนาหรือหุ้มข้อควรเผื่อเพิ่ม |
| รองเท้าส้นสูง | ราว 18 ถึง 25 ซม. | ขึ้นกับความสูงส้น วัดคู่ที่สูงที่สุดไว้ |
| บูทหุ้มข้อ | ราว 25 ถึง 35 ซม. | ทำเป็นช่องสูงช่องเดียวด้านล่าง |
| บูทยาว รองเท้าบูทกันฝน | ราว 45 ซม. ขึ้นไป | หรือแยกเก็บในตู้สูงข้างกัน |
ตัวเลขในตารางเป็นแนวทางทั่วไป ก่อนสั่งทำให้หยิบรองเท้าคู่ที่สูงที่สุดของแต่ละคนมาวัดจริง แล้วบวกเผื่อให้มือสอดหยิบได้อีกเล็กน้อย ชั้นแบบเจาะรูเสียบหมุดปรับระดับช่วยให้ย้ายชั้นเองได้ภายหลังโดยไม่ต้องเรียกช่าง
ตู้รองเท้าเก็บได้กี่คู่ และคำนวณจากอะไร
จำนวนคู่ที่เก็บได้ขึ้นกับความกว้างตู้ จำนวนชั้น และขนาดรองเท้า จึงควรนับจากรองเท้าที่บ้านมีอยู่จริง แล้วเผื่อที่ว่างไว้สำหรับรองเท้าคู่ใหม่และสมาชิกที่เพิ่มขึ้น แทนการเลือกตู้จากตัวเลขความจุที่บอกไว้ลอย ๆ
- นับรองเท้าของทุกคน แยกเป็นประเภทตามตารางด้านบน และแยกคู่ที่ใส่ทุกวันออกจากคู่ที่ใส่นาน ๆ ครั้ง
- วัดความกว้างรองเท้าต่อคู่ รองเท้าผู้ใหญ่หนึ่งคู่วางคู่กันโดยทั่วไปกว้างราว 18 ถึง 22 ซม. รองเท้าเด็กแคบกว่า ใช้ตัวเลขนี้คำนวณว่าชั้นหนึ่งวางได้กี่คู่
- คูณกับจำนวนชั้น ตามระยะชั้นของรองเท้าแต่ละประเภท จะได้ความจุคร่าว ๆ ของตู้ที่วางแผนไว้
- เผื่อที่เพิ่ม กันช่องว่างไว้อีกส่วนหนึ่งสำหรับรองเท้าใหม่ รองเท้าแขก หรือลูกที่โตขึ้น ตู้ที่เต็มตั้งแต่วันแรกจะกลับไปมีรองเท้ากองบนพื้นอีกในไม่ช้า
- แยกรองเท้าที่ใส่ไม่บ่อย คู่ที่ใส่ตามฤดูหรือใส่งานพิเศษ อาจย้ายไปเก็บในกล่องบนชั้นสูง หรือในตู้ใต้บันได ดูไอเดียได้ที่ตู้ใต้บันได ใช้พื้นที่ให้คุ้ม
เมื่อได้จำนวนคู่และประเภทรองเท้าแล้ว ส่งข้อมูลนี้พร้อมขนาดผนังให้ผู้ออกแบบ จะช่วยให้แบ่งช่องได้ตรงกับการใช้ของบ้านคุณมากกว่าตู้สำเร็จรูป
ตู้รองเท้ามีกลิ่นอับ ป้องกันอย่างไร
กลิ่นอับเกิดจากความชื้นและอากาศที่ไม่ถ่ายเท วิธีป้องกันคือให้อากาศไหลผ่านตู้ได้ และไม่เก็บรองเท้าที่ยังเปียก ทำได้ตั้งแต่ตอนออกแบบ โดยเฉพาะบ้านในภาคเหนือที่ชื้นมากในฤดูฝน
- ช่องระบายอากาศที่หน้าบานหรือแผงข้าง เช่น ร่องเซาะ ช่องเจาะเป็นแนว หรือเว้นช่องเล็ก ๆ ที่ขอบบนและล่างของบาน ให้อากาศเข้าทางหนึ่งและออกอีกทางหนึ่ง
- ชั้นแบบระแนงหรือเจาะรู ช่วยให้อากาศไหลผ่านระหว่างชั้น และฝุ่นทรายจากพื้นรองเท้าร่วงลงด้านล่างแทนที่จะสะสมบนชั้น
- เว้นช่องห่างด้านหลังตู้ ให้แผงหลังไม่ติดผนังสนิท หรือเว้นแนวช่องลมด้านหลังชั้น อากาศจะไหลขึ้นด้านบนได้ และผนังชื้นไม่ส่งความชื้นเข้าตู้โดยตรง
- ถาดรองถอดล้างได้ วางที่ชั้นล่างหรือชั้นที่เก็บรองเท้าใส่ทุกวัน ดึงออกมาเคาะทรายและเช็ดล้างได้ง่าย
- ตากรองเท้าเปียกให้แห้งก่อนเก็บ เผื่อพื้นที่หรือชั้นเปิดหน้าตู้ไว้วางรองเท้าที่เพิ่งลุยฝน แล้วค่อยเก็บเข้าตู้เมื่อแห้งดี
วัสดุก็มีผลกับความทนชื้นของตู้ ตู้ที่ตั้งชิดประตูหน้าบานซึ่งโดนลมฝนบ่อย ควรเลือกแผ่นและขอบปิดให้เหมาะ อ่านเพิ่มได้ที่เลือกวัสดุบิวท์อินให้ทนอากาศชื้นแบบภาคเหนือ ที่ KANTA SPACE มีแผ่น MDF, HMR V70 และ HMR V313 ผิว Melamine และ Laminate ให้เลือกตามงบและจุดที่ติดตั้ง
ตู้หน้าบ้านควรมีอะไรนอกจากที่เก็บรองเท้า
ตู้หน้าบ้านที่ใช้สะดวกมักมีที่นั่งใส่รองเท้า ที่วางกุญแจ ที่แขวนกระเป๋าและร่ม ที่เก็บหมวกกันน็อก และกระจกเต็มตัว ให้นึกถึงสิ่งที่คนในบ้านถือเข้าออกทุกวัน แล้วกันที่ให้ของเหล่านั้นอยู่ใกล้ประตู
- ม้านั่งใส่รองเท้า ความสูงที่นั่งสบายโดยทั่วไปราว 40 ถึง 45 ซม. ใต้ม้านั่งทำเป็นช่องวางรองเท้าที่ใส่ทุกวันได้ เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก
- ที่วางกุญแจและของชิ้นเล็ก ช่องเปิดหรือลิ้นชักตื้นระดับมือ ช่วยให้กุญแจรถ บัตร และแว่นกันแดดมีที่ประจำ ถ้าอยากชาร์จโทรศัพท์ตรงนี้ ต้องวางปลั๊กไว้ก่อนติดตู้
- ที่แขวนกระเป๋าและเสื้อกันฝน ตะขอหรือราวแขวนในช่องสูง ให้ของที่เปียกน้ำฝนได้แห้งโดยไม่ไปโดนรองเท้า
- ที่เก็บร่ม ช่องแคบด้านข้างที่มีถาดรองน้ำด้านล่าง ร่มเปียกจะไม่หยดลงบนชั้นรองเท้า
- ช่องเก็บหมวกกันน็อก บ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ทุกวันควรกันช่องให้ลึกและสูงพอสำหรับหมวกทั้งใบ วัดหมวกจริงก่อนออกแบบ
- กระจกเต็มตัว ติดที่หน้าบานหรือผนังข้างตู้ ใช้ดูชุดก่อนออกจากบ้าน และช่วยให้โถงทางเข้าดูกว้างขึ้น

ถ้าโถงหน้าบ้านมีบันไดอยู่ใกล้ ตู้สูงชนฝ้าแบบในภาพช่วยเพิ่มที่เก็บได้มาก โดยใช้ช่องบนเก็บของที่ใช้ไม่บ่อย และช่องล่างเก็บรองเท้า ถ้ากำลังสร้างบ้านใหม่ การกันผนังส่วนนี้ไว้ตั้งแต่ตอนวางผังจะง่ายกว่ามาก อ่านเพิ่มที่สร้างบ้านใหม่ ควรคิดเรื่องบิวท์อินตั้งแต่ตอนไหน
ตู้ลอย ผิวหน้าบาน และรูปแบบบาน เลือกแบบไหนดี
ตู้หน้าบ้านควรยกสูงจากพื้นหรือทำเป็นตู้ลอย ผิวควรทนรอยขูดและเช็ดง่าย และหน้าบานเลือกตามความต้องการเรื่องการระบายอากาศกับความเรียบของผนัง ทั้งหมดนี้ต้องวางให้ประตูหน้าบ้านเปิดได้สุดโดยไม่ชนตู้
เว้นช่องใต้ตู้หรือทำตู้ลอย
การเว้นช่องใต้ตู้หรือแขวนตู้ลอยจากผนัง ทำให้กวาดถูพื้นได้ทั่วถึง ไม่มีทรายสะสมใต้ตู้ และพื้นที่ใต้ตู้ยังใช้วางรองเท้าที่ใส่ทุกวันได้ด้วย ข้อดีอีกข้อคือตู้ไม่สัมผัสพื้นที่อาจเปียกน้ำ ช่วยเรื่องความชื้น และทำให้เห็นทางเดินปลวกได้เร็วกว่าตู้ที่ตั้งชิดพื้น อ่านวิธีป้องกันเพิ่มที่ปลวกขึ้นตู้บิวท์อิน ป้องกันอย่างไร ตู้ลอยต้องยึดกับผนังที่แข็งแรงพอรับน้ำหนัก ถ้าเป็นผนังเบาต้องเสริมโครงด้านในก่อน
ผิวที่ทนรอยขูด
ตู้หน้าบ้านโดนรองเท้าเตะ กระเป๋าครูด และมือที่เปื้อนฝุ่นอยู่ทุกวัน ผิวที่ทนรอยขีดข่วนและเช็ดทำความสะอาดง่ายจึงเหมาะกว่าผิวมันเงาที่เห็นรอยนิ้วมือชัด สีกลางหรือผิวลายไม้ช่วยซ่อนรอยเล็ก ๆ ได้ดีกว่าสีเข้มจัดหรือขาวล้วน ดูความต่างของผิวแต่ละแบบได้ที่ผิวหน้าบานบิวท์อิน เลือกแบบไหนดี
รูปแบบหน้าบาน
- บานเรียบ ผนังดูสะอาดตา กลืนกับผนังห้อง แต่ต้องเผื่อช่องระบายอากาศที่ขอบบานหรือแผงข้างให้ชัด
- บานเกล็ด ระบายอากาศได้ดีที่สุด เหมาะกับตู้ที่เก็บรองเท้าใส่ทุกวัน แต่ร่องเกล็ดเก็บฝุ่นและต้องเช็ดบ่อยกว่า
- บานกดเปิดไม่มีมือจับ ไม่มีมือจับยื่นมาเกี่ยวกระเป๋าหรือเสื้อในทางเดินแคบ แต่ผิวบานตรงจุดที่กดบ่อยอาจเห็นรอยมือ
ถ้าอยากให้ตู้หน้าบ้านเข้ากับสไตล์ของบ้านทั้งหลัง ดูแนวทางการเลือกหน้าบาน มือจับ และสีได้ที่บิวท์อินสไตล์ Modern Classic Luxury
วางตู้ให้ประตูหน้าบ้านเปิดได้สุด
ก่อนกำหนดตำแหน่งตู้ ให้เปิดประตูหน้าบ้านให้สุดแล้ววัดระยะที่บานประตูกวาด ตู้ไม่ควรอยู่ในรัศมีนั้น และต้องเหลือทางเดินพอให้คนยืนใส่รองเท้าได้ขณะที่อีกคนเดินผ่าน ถ้าผนังด้านที่ประตูเปิดชิดอยู่เป็นผนังเดียวที่มี ให้ทำตู้ที่ตื้นลง เช่น แบบช่องเปิดเอียง หรือย้ายตู้ไปผนังฝั่งตรงข้าม ระวังมือจับประตูและกลอนที่อาจกระแทกหน้าบานตู้ด้วย
ปัญหาที่เจอบ่อย และวิธีแก้
- รองเท้าผ้าใบหรือบูทใส่ไม่ลง เกิดจากทำระยะชั้นเท่ากันทั้งตู้ หรือไม่ได้วัดรองเท้าคู่ที่สูงที่สุด แก้โดยใช้ชั้นปรับระดับได้ และกันช่องสูงไว้ด้านล่างอย่างน้อยหนึ่งช่อง
- เปิดตู้แล้วมีกลิ่นอับ เกิดจากตู้ปิดทึบและเก็บรองเท้าที่ยังชื้น แก้โดยเพิ่มช่องระบายอากาศหรือเปลี่ยนเป็นชั้นระแนง และตากรองเท้าให้แห้งก่อนเก็บ
- ตู้เต็มตั้งแต่เดือนแรกที่ใช้ เกิดจากออกแบบพอดีกับรองเท้าที่มีในวันนั้น แก้โดยนับจำนวนคู่ใหม่แล้วเผื่อที่ว่าง ย้ายรองเท้าที่ใส่ไม่บ่อยไปเก็บที่อื่น
- ทรายและฝุ่นสะสมใต้ตู้ เกิดจากตู้ตั้งชิดพื้นหรือฐานเตี้ยเกินกว่าไม้กวาดจะเข้าได้ แก้โดยยกตู้ให้สูงพอกวาดได้หรือทำเป็นตู้ลอย และใช้ถาดรองที่ถอดล้างได้
- หน้าบานเป็นรอยขูดและรอยรองเท้า เกิดจากผิวที่ไม่ทนรอยและบานอยู่ระดับที่เท้าเตะถึง แก้โดยเลือกผิวที่ทนรอยขีดข่วน และเว้นช่องเปิดด้านล่างไว้วางรองเท้าแทนบาน
- ประตูหน้าบ้านเปิดชนตู้ เกิดจากวางตู้โดยไม่ได้วัดรัศมีการเปิดประตู แก้โดยวัดระยะประตูเปิดสุดก่อนออกแบบ แล้วเลือกตู้ที่ตื้นลงหรือย้ายไปผนังอื่น
คำถามที่พบบ่อย
ตู้รองเท้าบิวท์อินควรลึกกี่เซนติเมตร
แบบชั้นวางเรียบที่ใช้กันทั่วไปลึกราว 30 ถึง 35 ซม. ส่วนแบบช่องเปิดเอียงลึกราว 18 ถึง 25 ซม. ตัวเลขสุดท้ายขึ้นกับความยาวรองเท้าคู่ที่ใหญ่ที่สุดในบ้านและทางเดินหน้าประตู
ชั้นวางรองเท้าผ้าใบควรห่างกันเท่าไหร่
โดยทั่วไปราว 15 ถึง 18 ซม. ถ้าเป็นรุ่นพื้นหนาหรือหุ้มข้อควรเผื่อเพิ่ม การทำชั้นแบบปรับระดับได้จะช่วยให้ปรับตามรองเท้าที่เปลี่ยนไปได้
ทำอย่างไรให้ตู้รองเท้าไม่มีกลิ่น
ให้ตู้มีช่องระบายอากาศ ใช้ชั้นแบบระแนงหรือเจาะรู เว้นช่องห่างด้านหลังตู้ และไม่เก็บรองเท้าที่ยังเปียก ถาดรองที่ถอดล้างได้ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น
ตู้รองเท้าควรยกลอยจากพื้นไหม
ควร ถ้าผนังรับน้ำหนักได้ ตู้ลอยหรือตู้ที่เว้นช่องใต้ตู้กวาดพื้นได้ง่าย ไม่สัมผัสพื้นที่อาจเปียก และช่วยให้เห็นร่องรอยปลวกได้เร็วขึ้น
KANTA SPACE ออกแบบตู้รองเท้าให้ดูก่อนผลิตไหม
ได้ มัณฑนากรของ KANTA SPACE ออกแบบเป็นภาพ 3D ให้ดูและแก้จนพอใจก่อนตัดไม้ ไม่คิดค่าออกแบบเมื่อผลิตกับเรา และงานมีรับประกันหนึ่งปี
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ตู้ใต้บันได ใช้พื้นที่ให้คุ้ม
- ปลวกขึ้นตู้บิวท์อิน ป้องกันอย่างไร เจอแล้วต้องทำอย่างไร
- เลือกวัสดุบิวท์อินให้ทนอากาศชื้นแบบภาคเหนือ
- ผิวหน้าบานบิวท์อิน ลามิเนต เมลามีน อะคริลิก พ่นสี เลือกแบบไหนดี
ถ้ากำลังวางแผนตู้หน้าบ้าน ส่งรูปผนังหน้าประตู ขนาดผนังคร่าว ๆ จำนวนรองเท้าแต่ละประเภท และของอื่นที่อยากเก็บ มาที่ LINE @kantaspace ทีมงานจะช่วยแบ่งช่องและประเมินราคาเบื้องต้นให้ฟรี